ไอซีทีชี้แฮกทวิตเตอร์นายกฯ ผิดพ.ร.บ.คอมพ์
ที่มาของข่าว : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20111003/412010/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%AF-%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E.%E0%B8%A3.%E0%B8%9A.%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C.html
สรุป : เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 54 กระทรวงไอซีทีได้แถลงกล่าวถึงกรณีทวิตเตอร์ของนายกรัฐมนตรีที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra ถูกแฮก โดยเรื่องเกิดเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 54 ถูกโพสข้อความแรกเวลา 10.22 น. ทั้วหมด 8 โพส โดยเนื้อหาแต่จะเน้นกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล นโยบายต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย
บทลงโทษ :โดยการลักลอบใช้ทวิตเตอร์นั้น เขา กล่าวว่า เสมือนเป็นการแฮก ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 5 7 9 และ 14 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550
มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตราการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิด 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตราการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 9 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท
และตามมาตรา 14 ผู้ใดว่าด้วยการขโมยเข้าไปใช้ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นปลอม ซึ่งมี 5 มาตรา จำคุกสูงสุด 2 ปี ปรับ 40,000 บาท
การป้องกันปัญหาที่เกิด
1. ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง เปลี่ยนบ่อยๆ ไม่ใช้ชื่อเฉพาะ เช่น วัน-เดือน-ปีเกิด, เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น
2. ให้เข้าถึงเว็บเครือข่ายออนไลน์ด้วย HTTPS เพื่อเข้ารหัสข้อมูลก่อนถูกส่งออกไป
3. อย่าหลงเชื่อบุคคลที่สอบถามข้อมูลส่วนตัวของเราในทุกกรณี
4. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส พร้อมปรับปรุงฐานข้อมูลอยู่เสมอฅ
5. ไม่อนุญาตแอพพลิเคชั่นที่ไม่ทราบแหล่ง หรือไม่น่าเชื่อถือมาติดตั้งบนบัญชีแหล่งเครือข่ายของเรา
6. ลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้งานแล้วจากบัญชีเครือข่ายสังคมออนไลน์
7. เมื่อต้องการเลือกล็อกอินเข้าระบบให้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ด้วยตนเอง อย่าใช้ที่ขึ้นอัตโนมัติ
8. อย่าหลงเชื่อข้อความในอีเมลที่ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นฟิชชิ่ง (ลวงถามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ปลอม)
9. ห้ามเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเราบนหน้าเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์
3. อย่าหลงเชื่อบุคคลที่สอบถามข้อมูลส่วนตัวของเราในทุกกรณี
4. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส พร้อมปรับปรุงฐานข้อมูลอยู่เสมอฅ
5. ไม่อนุญาตแอพพลิเคชั่นที่ไม่ทราบแหล่ง หรือไม่น่าเชื่อถือมาติดตั้งบนบัญชีแหล่งเครือข่ายของเรา
6. ลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้งานแล้วจากบัญชีเครือข่ายสังคมออนไลน์
7. เมื่อต้องการเลือกล็อกอินเข้าระบบให้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ด้วยตนเอง อย่าใช้ที่ขึ้นอัตโนมัติ
8. อย่าหลงเชื่อข้อความในอีเมลที่ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นฟิชชิ่ง (ลวงถามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ปลอม)
9. ห้ามเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเราบนหน้าเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น