วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555





แหล่งการเรียนรู้

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา(ท้องฟ้าจำลอง)


ข้อมูลทั่วไป

ท้องฟ้าจำลอง


             ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2505 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรง ประกอบพิธีเปิด อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งชาติ (ท้องฟ้าจำลอง) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2507 เป็นสถาบันการศึกษาที่ให้ความรู้ อาทิเช่น เทคโนโลยี อวกาศ ไดโนเสาร์ในยุคดึกดำบรรพ์ สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภายในท้องฟ้าจำลองจะจัดแสดงการฉายภาพส่องดูดาวในเรื่องของจักรวาล นอกโลก
  • สถานที่ตั้ง : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา  เอกมัย  เลขที่  928 ถนนสุขุมวิท แขวง/เขตคลองเตย  กรุงเทพ 10110 
  • การเดินทาง : รถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีเอกมัย / รถโดยสารประจำทาง สาย 2, 25, 38, 40, 72, 501, 511, 513, 508


ลักษณะของการนำเสนอเนื้อหา

        ซึ่งอาคารท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ ห้องฉายดาว และ ส่วนแสดงนิทรรศการรอบห้องฉายดาว

1. ห้องฉายดาว
  • ห้องฉายดาว เป็นห้องวงกลมขนาดใหญ่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20.60 เมตร หลังคาเป็นรูปโดม สูง 13 เมตร เพดาน  โดมเป็นแผ่นอลูมิเนียมพรุน ทาสีขาวเพื่อรับแสง ที่ฉายออกจากเครื่องฉายดาวปรากฎเป็น ดวงดาวใน ท้องฟ้าจำลอง คล้ายกับดวงดาวในท้องฟ้าจริง ความจุ 370 ที่นั่ง 
  • เครื่องฉายดาวเครื่องฉายดาวไซซ์ส รุ่นที่ 4 ประดิษฐกรรมวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ประกอบด้วย ระบบเครื่องกล ระบบไฟฟ้า ระบบแสงที่ประณีตซับซ้อน สามารถแสดงดวงดาวในท้องฟ้า ของประเทศใดๆ ตามวัน เวลา ที่ต้องการ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต

2. ส่วนแสดงนิทรรศการรอบห้องฉายดาว

  •  ส่วนการแสดงนิทรรศการดาราศาสตร์ แบ่งออกเป็น 6 ส่วน จัดแสดงอยู่รอบ ๆ ห้องฉายดาว ให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศของไทยและของโลก  (ไม่เสียค่าชม) ได้แก่ ...




















นำไปใช้สอนกับ......

      เนื้อหาจัดอยู่ในกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ สามารถนำไปใช้สอนได้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ไปจนถึงระดับปรัญญา เนื่องจากเรื่องดาราศาสตร์เป็นเรื่องที่กว้างขวางมาก ขึ้นอยู่กับผู้ที่เป็นวิทยากรจะอธิบายเรื่อหาลึกระดับไหน

ข้อเสนอแนะ

       ควรมีการปรับปรุงหรือซ่อมบำรุงสถานที่ หรือสื่อต่างๆ เนื่องจากบางส่วนเสีย ใช่การไม่ได้ ทำให้ผู้เข้ารับชม ได้ความรู้ไม่เต็มที่

รูปถ่าย


วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555




 e-book


e-book คืออะไร อี-บุ๊ค คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เปิดอ่านด้วยคอมพิวเตอร์




        e-book ย่อมาจากคำว่า electronic book คือหนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

มีลักษณะเป็นเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่าน
ทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์
e-book เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ช่วยเสริมความรู้ ความสนใจให้กับนักเรียนได้ในระดับดี เพราะ
ช่วยลดระยะเวลาในการเรียนในห้องเรียน เพื่อที่ให้นักเรียนได้ไปศึกษาเพิ่มเติมนอกเวลาเรียน สามารถ
พกไปไหนได้ทุกที่ เเละใน e-book มีลูกเล่นสีสันเพิ่มความน่าสนใจให้เเก่นัดเรียนที่ได้ศึกษา โดยที่ครูสามารถสร้างสื่อผสม เช่นออกเเบบสื่อภาพประกอบ สีสันภาพพื้นหลังเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้เเก่นักเรียน ทั้งสอดเเทรกใบความรู้ควบคู่กับเนื้อหา อีกทั้งยังเชื่อมโยเข้าสู่ระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการศึกษาได้



วิธีใช้
1.สามารถย่อขยายได้ ทำให้ตัวหนังสือให้ขึ้น
1.สามารถทำที่ขั้นหนังสือได้
3.สามารถ Download e-book เพื่อนำไปใช้ในการสอนได้โดยเข้าไปที่ book&referance เมื่อได้หนังสือที่ต้องการแล้วกด Download
4.แต่ถ้าคุณครูต้องการสร้าง e-book ขึ้นมาให้ไป Download app Cam scanner
สามารถถ่ายเอกสารหรือหนังสือได้เลย(แต่ระวังเรื่องลิขสิทธ์)









วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กรณีศึกษาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน 
โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม



ข้อมูลพื้นฐาน

ที่ตั้ง       : 512/1 ถ.จรัญสนิทวงศ์ 32 แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700
สังกัด     : สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เปิดสอน : ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นโรงเรียนสหศึกษา
คำขัวญ  :  เรียนดี .... กีฬาเด่น.... เน้นกิจกรรม.... คุณธรรมเป็นเลิศ 

สื่อการเรียนการสอนที่ใช้

ใบความรู้ ที่นำมาจากเว็บไซต์ 4 เว็บ เรื่อง เซลล์ และ Power point




รูปเซลล์เยื่อบุข้างแก้ม เป็นการนำเข้าสู่บทเรียน


ให้นักเรียนตอบคำถามก่อนเรียน เป็นประเมินความรู้ก่อนเรียน และยังช่วยทบทวนความรู้
ใบความรู้เรื่องเซลล์ ที่นำมาจากเว็บไซต์ต่างๆ


น้องๆกำลังศึกษาใบความรู้แล้วทำ Mind mapping ของตนเอง



น้องกำลังทำ Mind mapping ของกลุ่ม โดยใช้Maid mapping ของตนเอง
ที่ได้จากการไปศึกษาใบความรู้ หลายๆแหล่งจากเว็บไซต์

และสุดท้ายเป็นการนำเสนอของแต่ละกลุ่ม


ประโยชน์

1.ช่วยให้เด็กได้รู้จักวิเคราะห์และเปรียบเทียบแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์
2.ช่วยใด้ฝึกการเขียนmind mipping
3.บรรยากาศในห้องไม่น่าเบื่อการเรียนรู้เป็นไปอย่างสนุก และนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ
4.ฝึกให้เด็กทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกการรับฟังความคิดเห็น


ปัญหา/อุปสรรค
1.เวลาไม่เพียงพอที่ทำกิจกรรมให้จบภายรียน
2.เด็กบางคนลอก Mind mapping
3.เนื้อหาความรู้จากเน็ตมีผิดบ้าง


ข้อเสนอแนะ

1.ควรให้เด็กได้รู้ถึงความสำคัญของ Mind mapping แลัวบอกจะตรวจด้วย เพื่อเป็นการป้องกันการลอก

2.ครูควรคัดกรองใบความรู้ที่ให้เด็กศึกษา ว่าถูกต้องหมดรึป่าว


รูปภาพบรรยากาศภายในห้อง















วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ไอซีทีชี้แฮกทวิตเตอร์นายกฯ ผิดพ.ร.บ.คอมพ์






ที่มาของข่าว : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20111003/412010/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%AF-%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E.%E0%B8%A3.%E0%B8%9A.%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C.html

สรุป               : เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 54 กระทรวงไอซีทีได้แถลงกล่าวถึงกรณีทวิตเตอร์ของนายกรัฐมนตรีที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra ถูกแฮก โดยเรื่องเกิดเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 54 ถูกโพสข้อความแรกเวลา 10.22 น. ทั้วหมด 8 โพส โดยเนื้อหาแต่จะเน้นกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล นโยบายต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย

บทลงโทษ    :โดยการลักลอบใช้ทวิตเตอร์นั้น เขา กล่าวว่า เสมือนเป็นการแฮก ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 5 7 9 และ 14 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550


มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตราการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิด 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ


มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตราการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ


มาตรา 9 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ มีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท


และตามมาตรา 14 ผู้ใดว่าด้วยการขโมยเข้าไปใช้ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นปลอม ซึ่งมี 5 มาตรา จำคุกสูงสุด 2 ปี ปรับ 40,000 บาท



การป้องกันปัญหาที่เกิด

1. ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง เปลี่ยนบ่อยๆ ไม่ใช้ชื่อเฉพาะ เช่น วัน-เดือน-ปีเกิด, เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น
2. ให้เข้าถึงเว็บเครือข่ายออนไลน์ด้วย HTTPS เพื่อเข้ารหัสข้อมูลก่อนถูกส่งออกไป
3. อย่าหลงเชื่อบุคคลที่สอบถามข้อมูลส่วนตัวของเราในทุกกรณี
4. ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส พร้อมปรับปรุงฐานข้อมูลอยู่เสมอฅ
5. ไม่อนุญาตแอพพลิเคชั่นที่ไม่ทราบแหล่ง หรือไม่น่าเชื่อถือมาติดตั้งบนบัญชีแหล่งเครือข่ายของเรา
6. ลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้ใช้งานแล้วจากบัญชีเครือข่ายสังคมออนไลน์
7. เมื่อต้องการเลือกล็อกอินเข้าระบบให้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ด้วยตนเอง อย่าใช้ที่ขึ้นอัตโนมัติ
8. อย่าหลงเชื่อข้อความในอีเมลที่ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นฟิชชิ่ง (ลวงถามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ปลอม)
9. ห้ามเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเราบนหน้าเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ผมนายธนะชัย จันทร์สุข ชื่อเล่นบาส อายุ20 ต้นๆ
กำลังศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์ เอกชีววิทยา(กศ.บ.)  มศว
คติประจำใจ จงเชื่อในสิ่งที่เชื่อ

อยู่ชมรมนิสิตครู ฝ่ายพัสดุ
ความสามารถพิเศษ ไม่มี

ไม่สูบบุหรี่ เลิกเล่นเกมส์ เลิกเหล้า
ชอบนั่งอยู่หลังห้องสุด
ภาชนะประจำตัว หม้อ

ความคาดหวังในรายวิชา
- อยากมีความรู้ความสามารถในการทำ Blog
- ทำสื่อการเรียนการสอนเป็นเช่น Power Point